แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเซียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเซียน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 6 : สรุป

สรุปวิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร

  • กฎบัตรอาเซียนมีขึ้นมานั้น ได้เกิดเพราะรัฐบาลประเทศสมาชิกมีนโยบายและความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะให้มีกฎบัตรอาเซียน 
  • แต่เกิดจากประเทศสมาชิกอาเซียนไม่อาจทนต่อแรงกดดันที่ถาโถมมาจากมิติด้านต่างๆ ของพลังโลกาภิวัตน์ได้  
  • ทำให้อาเซียนต้องคิดอยู่รอดด้วยการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างที่ล้าหลังของอาเซียน และจัดทำกฎบัตรอาเซียนขึ้นมา  เพื่อทำหน้าที่เป็นกรอบความคิดและนโยบายชี้นำทางให้กับการดำเนินการของอาเซียน เพื่อไปสู่ความเป็นประชาคมด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม-วัฒนธรรมอย่างแท้จริงและอย่างเป็นรูปธรรม 
  • โดยยึดความปรารถนาและความหวังของพลเมืองของประชาคมอาเซียนเป็นศูนย์กลาง   เพื่อความผาสุกอยู่ดีกินดีและความก้าวหน้าของพลเมืองของประชาคมอาเซียนเป็นสำคัญ
  • การจะทำให้ประชาคมทั้ง 3 ด้าน เข้มแข็งนั้น มิได้อยู่ที่การทำงานของรัฐบาลของประเทศสมาชิกในอาเซียน หากแต่อยู่ที่การเมืองภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งเคลื่อนไหวร่วมกันอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อติดตามตรวจสอบและกดดันรัฐบาลของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนให้มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญเพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและความยุติธรรม ล้วนเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจใฝ่หาและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง 
  • โดยปกติแล้วรัฐบาลของทุกประเทศในโลกจะไม่ให้ความสนใจหรือความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ ยกเว้นเมื่อถูกประชาชนกดดัน บีบบังคับให้เข้ามาดูแลจึงจะยอมทำตามความประสงค์ของฝ่ายประชาชน  การทำงานของอาเซียนก็เช่นกัน
  • การที่เรามีกฎบัตรอาเซียนที่ยังคงมีข้อบกพร่องอยู่นั้น ถือได้ว่าเป็นอุปสรรคที่สำคัญก้าวหนึ่งในหนทางการดำเนินงานอาเซียน
  • การจะบรรลุผลตามเป้าประสงค์ที่ประกาศไว้ในกฎบัตรอาเซียนทั้ง 3 ด้านนั้น ก็ดูจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากความแตกต่างของประเทศสมาชิกในหลายๆ ด้าน  ซึ่งทำให้องค์การอาเซียนยากที่จะรวมตัวกันได้อย่างแน่นแฟ้น และยากต่อการร่วมกันสร้างอาเซียนให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์สวยหรูที่ตตนตั้งไว้ได้


วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 3 :ความล้มเหลวของวิถีอาเซียน (The Asean way)

ความล้มเหลวของวิถีอาเซียน

1.ดำเนินงานในลักษณะที่ไม่เป็นทางการสูง (Informality) 
การดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมดของอาเซียนล้วนเป็นไปอย่าง “ไม่เป็นทางการ” กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ประเทศสมาชิกอาจจะปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงใดๆ ที่ทำไว้กับสมาคมอาเซียนก็ได้ 
เนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายมาบังคับและสมาคมอาเซียนก็ไม่มีอำนาจหรือกลไกอะไรไปบังคับประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามได้

 2. ใช้การทูตในลักษณะปิดเงียบ
โดยการดำเนินงานผ่านเส้นสายของนักการเมืองและนักการทูตระดับสูงเป็นหลัก จึงทำให้เกิดข้อกังขาว่าการแก้ปัญหาอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับฟังเสียงจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับความขัดแย้งในระดับรากหญ้า  นอกจากจะเป็นไปในระดับผู้นำโดยไม่มีตัวแทนจากภาคประชาชนแล้ว ยังไม่แม้แต่จะเปิดเผยต่อรายละเอียดของการพูดคุยต่อสาธารณชนอีกด้วย


3. ยึดการพูดจาหารือและหลักฉันทามติเป็นหลักสำคัญ 
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระบวนการรวมตัวกันของอาเซียนเป็นไปอย่างล่าช้า และทำให้อาเซียนขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากถูกมองว่ากลไกที่มีอยู่ของอาเซียนจะล้มเหลว ไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกได้ หากประเทศสมาชิกใดประเทศหนึ่งไม่ยินยอม 

4. การยึดมั่นอย่างเคร่งครัดในหลักการเคารพอธิปไตยของประเทศสมาชิก และการไม่แทรกแซงในกิจการภายในของกันและกัน
หลักการนี้ทำให้สมาชิกอาเซียนมีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เนื่องจากผู้นำทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะไม่ต้องการให้ผู้อื่นเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของตน รวมทั้งแนวคิดที่ว่าปัญหาภายในประเทศไม่สามารถแก้ไขโดยมาตรการลงโทษจากภายนอกได้ แต่ต้องได้รับการจัดการบริหารโดยปัจจัยภายในประเทศเอง
ซึ่งประเทศภายนอกภูมิภาคไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเหตุการณ์ในพม่า ซึ่งนี่ทำให้ภาพลักษณ์ความน่า เชื่อถือของอาเซียนต่อองค์การโลกค่อนข้างล้มเหลว



จากความล้มเหลวของวิถีอาเซียนจึงเกิดกฎบัตรอาเซียนจึงถูกบัญญัติขึ้น


  • ทำให้ผู้นำอาเซียนเกิดการทบทวนวิธีการดำเนินงานและกรอบความร่วมมือต่างๆ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และดำเนินการสร้างประชาคมเพื่อกอบกู้ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของอาเซียนกลับมา 

  • จากผลพวงของความพยายามในการปฏิรูปอาเซียนหลังวิกฤติเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 เนื่องจากวิถีอาเซียน ไม่สามารถหล่อหลอมให้ประเทศต่างๆมาร่วมมือเพื่อรับมือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างแท้จริง  อันนำมาสู่ภาพลักษณ์ที่ล้มเหลวขององค์การ

วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 2 : วิถีอาเซียน The Asean way


  • เป็นความสำเร็จของความร่วมมือระดับหนึ่งของอาเซียนในช่วง 30 ปีแรก 


  • วิถีอาเซียน คือ บรรทัดฐาน ที่ประเทศสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความร่วมมือที่มีแสดงถึงอัตลักษณ์ของชาติสมาชิกอาเซียน เพื่อดำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค

ลักษณะสำคัญ 6 ประการของ The asean way



1.  ไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Non-interference)
หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน คือ ลักษณะเด่นชัดที่สุดที่ปรากฏอยู่ในวิถีอาเซียน 
เราต้องเคารพความสำคัญของมิตรภาพและความร่วมมือ ยึดหลักหลักการแห่งอธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกัน ฉันทามติและเอกภาพใน ความหลากหลาย’ ชาติสมาชิกอาเซียนจะต้องเคารพอธิปไตยระหว่างกัน แม้ระบบการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจแตกต่างกัน ก็จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอาเซียนด้วยกันเอง

2. การผูกพัน “อย่างหลวมๆ”
อาเซียนแตกต่างจากสหภาพยุโรปมาก สหภาพยุโรปควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพกับสมาชิกและข้อตกลงร่วมมือต่างๆ ด้วยอำนาจกฎหมาย ส่วนอาเซียนร่วมมือกันด้วยกระบวนการสร้างความเข้าใจร่วมอย่างไม่เป็นทางการ ปราศจากข้อกฎบังคับทางกฎหมาย
            การรวมตัวแบบหลวมๆ มาจากการที่อาเซียนไม่ได้ต้องการเป็นองค์กรเหนือรัฐโดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงทางการเมือง และด้านการทหาร   
อาเซียนจะรวมตัวอย่างแน่นแฟ้นในกรณีที่มีผลประโยชน์ร่วมของทุกชาติสมาชิก


3. การแทรกแซงอีกรูปแบบหนึ่ง – แบบอาเซียน
วิถีอาเซียนจะไม่แทรกแซงกิจการภายในแต่บางครั้งอาจมีการแทรกแซงระหว่างกันด้วยวิธีการอย่างอื่น เช่น พยายามควบคุมทางการเมืองระหว่างประเทศ กดดันภายใน เจรจาต่อรอง การพูดคุยและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางทั้งทางตรงทางลับ
            การแทรกแซงของอาเซียนจะกระทำโดยพยายามไม่โดดเดี่ยวหรือทำให้ชาติสมาชิกอับอายขายหน้า เช่นเดียวกับที่ประเทศที่ถูกแทรกแซงจะไม่ทำให้อาเซียนขายหน้าต่อสาธารณะเช่นกัน


4. ชาติสมาชิกรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของตนสูงสุด
            เป็นธรรมดาที่ทุกประเทศต้องรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของตน และแม้ชาติสมาชิกพยายามประนีประนอม หาทางออกที่ลงตัวมากสุด พยายามรักษาบรรยากาศอันดีต่อกัน แต่บางครั้งความขัดแย้งแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอาเซียน 
กรณีตัวอย่าง เช่น การประชุม ASEAN Regional Forum (ARF) ในปี 2012 ฟิลิปปินส์เรียกร้องให้แถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมมีข้อความพูดเรื่องพฤติกรรมอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือหมู่เกาะปะการังสการ์โบโรห์ แต่ประเทศสมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วย เกิดความขัดแย้งในที่ประชุม กลายเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี นับแต่ก่อตั้งที่อาเซียนไม่สามารถออกแถลงการณ์เมื่อจบการประชุมได้


5. การตัดสินใจของชาติสมาชิกไม่ขึ้นกับหลักเกณฑ์ที่แน่นอน
กระบวนการเจรจาของอาเซียน “ปราศจากโครงสร้าง ไม่มีขั้นตอนนำสู่การตัดสินใจ เรื่องที่ต้องปฏิบัติตามผลการประชุม” และ “มักไม่มีวาระอย่างเป็นทางการ ประเด็นที่พูดคุยเจรจามักเป็นประเด็นที่อยู่ดีๆ ก็นำขึ้นมาพูดในที่ประชุม” ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมมีความยืดหยุ่นสูง   
อาเซียนมักใช้ “หลักการเจรจาระหว่างผู้มีอำนาจที่กระทำอย่างเป็นส่วนตัวและเงียบเชียบ ลบล้างรอยด่างที่ปรากฏสู่สาธารณะ หลักการไม่ระบุตำแหน่งสถานที่ (being non-Cartesian) และไม่ยึดหลักกฎหมายกฎเกณฑ์” หลักการเหล่านี้มุ่งต้องการผลลัพธ์สุดท้ายโดยไม่สนใจวิธีการ และจะพยายามไม่ระบุ เป้าหมายที่ชัดเจน บางครั้งอาจไม่ยึดกฎบัตรหรือหลักการใดๆ


 6. พยายามหาทางออกด้วยสันติวิธี ไม่เผชิญหน้า
วิถีอาเซียนจะประกอบด้วยหลักแสวงหาข้อตกลงร่วม หลักความสมานฉันท์ หลักอ่อนไหวต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย
ใช้ความสุภาพ ไม่เผชิญหน้าและแสวงหาความร่วมมือที่เป็นไปได้และมักจะเก็บกวาดเรื่อง (ไม่ดี) ต่างๆ เก็บไว้ใต้พรม 
ข้อตกลงต่างๆ ต้องผ่านฉันทามติ ชาติสมาชิกทุกประเทศแสดงตัวในทางดี ทำให้อาเซียนดูดี รับแขกได้ตลอดเวลา และไม่ทำอะไรที่จะกลายเป็นข่าว(ในแง่ร้าย)  อาเซียนจะเลือกใช้หลักสันติวิธีเป็นหนึ่งในหลัก สำคัญที่อาเซียนยึดถือมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง


สรุปวิถีอาเซียน


มีผลช่วยให้อาเซียนสามารถเติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนสามารถพยุงรักษาเอกภาพ ความสมานฉันท์ และความก้าวหน้าของการเป็นองค์การเพื่อความร่วมมือส่วนภูมิภาคได้ด้วยดี เป็นกรอบความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จในการดึงเอาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความขัดแย้งกัน เข้ามาร่วมก่อตั้งองค์การอาเซียนอย่างเป็นผลสำเร็จ

แต่อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ความอ่อนแอของวิถีอาเซียนก็ปรากฏออกมา  ซึ่งถือว่าเป็นข้อด้อยที่ทำให้อาเซียนถูกมองว่าเป็นองค์การที่ล้าหลังและไม่มีความสำคัญอีกต่อไป



วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 1

         ปี 1967 ลงนามปฏิญญากรุงเทพ
         ปี 1967 ปฏิญญาว่าด้วยเขตสันติภาพ อิสรภาพ และการวางตัวเป็นกลาง (ZOPFAN)

•เป็นช่วงที่อาเซียนเริ่มทำการก่อตั้งและเลือกที่จะลงนามปฏิญญากรุงเทพ แทนที่จะเลือกใช้กฎบัตร
•เกิดปัญหาข้อพิพาทระหว่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์ อาเซียนจึงมีการรับมือกับปัญหาในด้านการเมืองและความมั่นคงเพื่อแสดงออกถึงความเป็นกลางขององค์กร
•ในช่วงระยะเวลาแรกอาเซียนต้องการเน้นความร่วมมือใน 3 มิติ คือ การสร้างความไว้ใจ การสร้างความเข้าใจในปัญหาของสมาชิก และการปลูกฝังนิสัยของการหารือและการปรึกษา




ปี 1976 สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC)
ปี 1984 บรูไนเข้าร่วมอาเซียน

•สร้างความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการแก้ไขปัญหา โดยการร่วมลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation – TAC) ที่ก่อให้เกิดวิถีอาเซียนขึ้นมา
•เน้นด้านการให้ความร่วมมือด้านความมั่นคง ในการจัดการปัญหากัมพูชา ผู้อพยพ โดยไม่แทรกแซงการเมืองภายในของประเทศสมาชิก สร้างภาพลักษณ์ด้านความมั่นคงเพราะอยู่ในช่วงของการสร้างชาติ

ปี 1992 เขตการค้าเสรี (AFTA) และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยทะเลจีนใต้
ปี 1995 เวียดนามเข้าร่วมอาเซียน และลงนามสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปี 1997 สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บังคับใช้ ลาวและพม่าเข้าร่วมอาเซียน


•เป็นช่วงแห่งการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ เนื่องจากผ่านยุคสงครามเย็น ทำให้ประเทศต่างๆมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น
•เน้นการค้า จัดตั้งเขตการค้าเสรี การลงทุนเสรี เป็นยุคแห่งการขยายตัวและเปิดรับสมาชิกใหม่


ปี 1992 เขตการค้าเสรี (AFTA) และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยทะเลจีนใต้
ปี 1995 เวียดนามเข้าร่วมอาเซียน และลงนามสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปี 1997 สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บังคับใช้ ลาวและพม่าเข้าร่วมอาเซียน


•เป็นช่วงแห่งการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ เนื่องจากผ่านยุคสงครามเย็น ทำให้ประเทศต่างๆมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

•เน้นการค้า จัดตั้งเขตการค้าเสรี การลงทุนเสรี เป็นยุคแห่งการขยายตัวและเปิดรับสมาชิกใหม่


ปี 1997 เกิดพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง,รวมผู้นำอาเซียนรับรองเอกสาร วิสัยทัศน์อาเซียน 2020
ปี 1999 กัมพูชาเข้าร่วมอาเซียน
ปี 2003 เกิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ Bali Concord II
ปี 2005 เกิด กฏบัตรอาเซียน ASEAN Charter


เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ จากพิษต้มยำกุ้ง ทำให้มองเห็นว่าอาเซียนเป็นองค์การที่ล้าสมัยและไม่มีความสำคัญ เป็นความล้มเหลวที่มาจากวิถีอาเซียน 
ทบทวนการดำเนินงานและกรอบความร่วมมือต่างๆ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นและพยายามกอบกู้ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของอาเซียนกลับมา 
ผลักดันให้มีการสร้างกฎบัตรอาเซียนขึ้นมา โดยมีการลงนามกฎบัตรอาเซียนในเดือน กรกฎาคม 2007