แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิถีอาเซียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิถีอาเซียน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 6 : สรุป

สรุปวิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร

  • กฎบัตรอาเซียนมีขึ้นมานั้น ได้เกิดเพราะรัฐบาลประเทศสมาชิกมีนโยบายและความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะให้มีกฎบัตรอาเซียน 
  • แต่เกิดจากประเทศสมาชิกอาเซียนไม่อาจทนต่อแรงกดดันที่ถาโถมมาจากมิติด้านต่างๆ ของพลังโลกาภิวัตน์ได้  
  • ทำให้อาเซียนต้องคิดอยู่รอดด้วยการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างที่ล้าหลังของอาเซียน และจัดทำกฎบัตรอาเซียนขึ้นมา  เพื่อทำหน้าที่เป็นกรอบความคิดและนโยบายชี้นำทางให้กับการดำเนินการของอาเซียน เพื่อไปสู่ความเป็นประชาคมด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม-วัฒนธรรมอย่างแท้จริงและอย่างเป็นรูปธรรม 
  • โดยยึดความปรารถนาและความหวังของพลเมืองของประชาคมอาเซียนเป็นศูนย์กลาง   เพื่อความผาสุกอยู่ดีกินดีและความก้าวหน้าของพลเมืองของประชาคมอาเซียนเป็นสำคัญ
  • การจะทำให้ประชาคมทั้ง 3 ด้าน เข้มแข็งนั้น มิได้อยู่ที่การทำงานของรัฐบาลของประเทศสมาชิกในอาเซียน หากแต่อยู่ที่การเมืองภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งเคลื่อนไหวร่วมกันอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อติดตามตรวจสอบและกดดันรัฐบาลของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนให้มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญเพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและความยุติธรรม ล้วนเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจใฝ่หาและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง 
  • โดยปกติแล้วรัฐบาลของทุกประเทศในโลกจะไม่ให้ความสนใจหรือความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ ยกเว้นเมื่อถูกประชาชนกดดัน บีบบังคับให้เข้ามาดูแลจึงจะยอมทำตามความประสงค์ของฝ่ายประชาชน  การทำงานของอาเซียนก็เช่นกัน
  • การที่เรามีกฎบัตรอาเซียนที่ยังคงมีข้อบกพร่องอยู่นั้น ถือได้ว่าเป็นอุปสรรคที่สำคัญก้าวหนึ่งในหนทางการดำเนินงานอาเซียน
  • การจะบรรลุผลตามเป้าประสงค์ที่ประกาศไว้ในกฎบัตรอาเซียนทั้ง 3 ด้านนั้น ก็ดูจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากความแตกต่างของประเทศสมาชิกในหลายๆ ด้าน  ซึ่งทำให้องค์การอาเซียนยากที่จะรวมตัวกันได้อย่างแน่นแฟ้น และยากต่อการร่วมกันสร้างอาเซียนให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์สวยหรูที่ตตนตั้งไว้ได้


วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 5 : ปัญหากฎบัตรอาเซียน

ปัญหากฎบัตรอาเซียน แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักตามเสา 3 เสาของอาเซียน คือ

  • การเมืองและความมั่นคง
  • เศรษฐกิจ
  • สังคมและวัฒนธรรม

เสาที่ 1 การเมืองและความมั่นคง



1. ความแตกต่างกันทางการเมืองและการปกครอง 

การสร้างประชาคมความมั่นคงอาเซียนก็จะช่วยยกระดับความร่วมมือในการส่งเสริมประชาธิปไตยของแต่ละประเทศอันมีผลต่อความสงบเรียบร้อยทางการเมืองในภูมิภาคด้วย แต่การปกครองของประเทศสมาชิกอาเซียนมีหลากหลายรูปแบบ ทำให้สมาชิกในกลุ่มอาเซียนมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด สมาชิกบางประเทศยังมีปัญหาด้านความเป็นประชาธิปไตยและยังปกครองในรูปแบบเผด็จการและต้องการรักษาอำนาจของตนไว้  ทำให้อาเซียนพัฒนาได้อย่างยากลำบาก

2. ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาเซียน 

ประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนยังมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศอยู่ 
ปัญหาพรมแดนระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา 
ปัญหาพรมแดนระหว่าง มาเลเซีย - ฟิลิปปินส์ – อินโดนีเซีย

เสาที่ 2 ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ


จุดประสงค์ของกฎบัตรอาเซียนต่อเสาด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ



  • อาเซียนจะมีการรวมตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค 
  • โดยได้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ขึ้น 
  • ดำเนินกิจกรรมของอาเซียนโดยการขยายครอบคลุมไปสู่ทุกสาขาหลักทางเศรษฐกิจ รวมทั้งในด้านการค้า  สินค้า บริการการลงทุน มาตรฐานอุตสาหกรรมและการเกษตร ทรัพย์สินทางปัญญา การขนส่ง พลังงาน และการเงินการคลัง เป็นต้น

ปัญหาและอุปสรรคของกฎบัตรต่อเสาด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ



1.ประเทศสมาชิกอาเซียนมีสภาพภูมิศาสตร์คล้ายคลึงกัน  

  • สินค้าเกษตรหรือแร่ธาตุที่คล้ายคลึงกัน จนเกิดการแย่งตลาดกันเอง 
  • สินค้าส่วนใหญ่เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ยังไม่ได้แปรรูป ทำให้ราคาสินค้าตกต่ำ 
  • นโยบายเขตการค้าเสรีในภูมิภาคนี้จึงดำเนินไปอย่างช้ามาก 
  • การแก้ไข คือ ต้องมีการแบ่งการผลิตตามความถนัดของแต่ละประเทศแล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันจึงจะเกิดการรวมกลุ่มกันได้ แต่ถ้าต่างคนต่างผลิตโดยไม่มีการกำหนดมาตราฐานร่วมกันในการวางแผนการผลิตก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในการรวมกลุ่ม

2. สินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มอาเซียนนั้นก็เป็นอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน 

แต่ละประเทศต่างมุ่งจะพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วตามแบบอย่างตะวันตก จึงต้องมีการจัดซื้อเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งๆที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่พอจะผลิตสินค้าเทคโนโลยีได้ก็คือสิงคโปร์ แต่ประเทศสมาชิกก็เกี่ยงว่ายังไม่มีคุณภาพ 
ทำให้การค้าขายระหว่างกันในกลุ่มอาเซียนทำได้ยาก 
วิธีการแก้ไข คือ จะต้องมีการแบ่งงานกันทำและยอมรับสินค้าประเทศในภูมิภาคเดียวกัน รวมทั้งจะต้องมีการพัฒนาคุณภาพสินค้าภายในกลุ่มประเทศอาเซียนให้ดีขึ้น

3. ประเทศในอาเซียนพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า 
  • แต่ละประเทศพยายามส่งเสริม พัฒนา และคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศตน โดยการใช้กำแพงภาษีหรือกำหนดโควต้า 
  • ซึ่งสวนทางกับหลักการในการรวมกลุ่มและตลาดการค้าเสรี ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกมารวมกลุ่มกันต้องยกเลิกข้อเลือกปฏิบัติทางการค้าระหว่างประเทศเพื่อก่อให้เกิดการค้าเสรี (Free Trade) 
  • ดังนั้นข้อตกลงใน AFTA ของอาเซียนหลายข้อจึงยังไม่ได้รับการปฏิบัติ

4. ประเทศสมาชิกยังคงปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของตนเป็นหลัก 
  • การหารายได้เข้าของรัฐประเทศในอาเซียนมีลักษณะเหมือนกัน คือ รายได้หลักของประเทศมาจากการเก็บภาษีศุลกากรสินค้าขาเข้าและขาออก 
  • ซึ่งการรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียนให้ยกเลิกการเก็บภาษีระหว่างกันหรือเก็บภาษีให้น้อยลง 
  • แต่ประเทศสมาชิกไม่สามารถสละรายได้ในส่วนนี้ได้ เนื่องจากเป็นเงินที่ต้องนำมาพัฒนาประเทศ 
  • การรวมกลุ่มเพื่อให้เกิดการค้าเสรีจึงยังทำได้ยาก



เสาที่ 3 ด้านสังคมและวัฒนธรรม



จุดประสงค์ของกฎบัตรต่อเสาด้านสังคมและวัฒนธรรม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าความร่วมมือเฉพาะด้าน 


  • ความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่มิใช่ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ 
  • เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบในระดับภูมิภาค 
  • พัฒนาและเสริมสร้างสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในภูมิภาคให้ดีขึ้น 
  • รวมถึงลดผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจของอาเซียน 
  • ส่งเสริมและรักษาเอกลักษณ์ ประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ
  • ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนในแต่ละประเทศสมาชิก

ปัญหาและอุปสรรคของกฎบัตรต่อเสาด้านสังคมและวัฒนธรรม


1. ความแตกต่างด้านเชื่อชาติ ศาสนา 
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นดินแดนซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา โดยสามารถแบ่งกลุ่มประเทศตามศาสนาที่ประชากรส่วนใหญ่ ของประเทศนับถือได้ ดังนี้
- ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม คือ บูรไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
- ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ คือ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศไทย
- ส่วนในฟิลิปปินส์ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์

2. ปัญหาชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมาก 

มีความแตกต่างทางความเชื่อ วิถีชีวิต ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม 
อุปสรรคต่อการหลอมรวมสร้างความเป็นหนึ่งเดียว


3. ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการค้ามนุษย์

 ซึ่งเป็นปัญหาละเอียดอ่อน และต้องใช้การประนีประนอมในการแก้ไขปัญหา


วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 4 : กฎบัตรอาเซียน ASEAN CHARTER


  • เป็น “ธรรมนูญ” ของอาเซียน



  • ทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล มีความเป็นเอกภาพ มีกรอบความคิด และการดำเนินการร่วมกันในด้านต่างๆ ที่ชัดเจน

- ประชาคมด้านการเมืองและความมั่นคง
- ประชาคมด้านเศรษฐกิจ
- ประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรม


อุปสรรคและปัญหาสำคัญของกฎบัตรอาเซียน

1) กฎบัตรอาเซียนไม่มีผลบังคับให้ประเทศสมาชิกให้ต้องปฏิบัติตาม ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสมัครใจของแต่ละประเทศสมาชิก


2) ความแตกต่างในเรื่องของระบบการเมืองการปกครองในประเทศสมาชิก ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคอย่างมากต่อการทำให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีความมั่นคง 

3) การยึดหลักความคิดเกี่ยวกับอธิปไตยของรัฐตามที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญาเวสฟาเลีย ว่าด้วยการห้ามเข้าไปแทรกแซงในกิจการภายในของแต่ละประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ 
แต่อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องความมั่นคงของมนุษย์และเรื่องของการปกป้องสิทธิมนุษยชน  สหประชาชาติจำต้องเข้าแทรกแซงในประเทศสมาชิกที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) การกำจัดชาติพันธุ์ (ethnic cleansing) การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (crime against humanity) รวมทั้งการที่รัฐมีนโยบายและการดำเนินการเพื่อกำจัดประชาชนด้วยเหตุผลทางการเมืองเป็นต้น 
นอกจากนั้นยังรวมไปถึงเรื่องของภัยพิบัติจากธรรมชาติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาโรคเอดส์ ปัญหาการก่อการร้าย ปัญหาภาวะโลกร้อน และอื่นๆ ที่ล้วนเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากมุมหนึ่งของโลก แต่ส่งผลกระทบร้ายแรงและอย่างรวดเร็วต่อประเทศอื่นๆ อย่างกว้างขวางเช่นกัน

4)กฎบัตรอาเซียนไม่มีมาตราใดว่าด้วยการระงับ การขับไล่ และการถอดถอนประเทศสมาชิกที่มีพฤติกรรมและการดำเนินการที่จะมีผลทำให้อาเซียนได้รับความเสื่อมเสียในด้านภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือ (ดังเช่นกรณีประเทศพม่า ซึ่งได้มีพฤติกรรมและการดำเนินการต่างๆ ที่ได้นำความเสื่อมเสียมาสู่อาเซียน)
       
5)อาเซียนยังไม่มีองค์กรดูแลด้านการปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ของประชาชาติอาเซียนอย่างแน่นอน แม้ว่ากฎบัตรอาเซียนจะระบุข้อความว่าอาเซียนมีความปรารถนาและเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียนเกิดขึ้น แต่ไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาแน่ชัดแต่อย่างใด


6) การตัดสินใจด้านนโยบายในเบื้องต้นของอาเซียนยังคงพึ่งหลักฉันทามติ 
ซึ่งหมายความว่าหากหนึ่งในสิบประเทศสมาชิกไม่เห็นด้วยก็เท่ากับไม่เกิดฉันทามติ อาเซียนก็ไม่สามารถดำเนินการตามที่สมาชิกเสียงข้างมากประสงค์ได้
ดังนั้น ตราบใดที่อาเซียนยังไม่ยอมนำระบบการลงคะแนนออกเสียงโดยยึดเสียงข้างมากเป็นปัจจัยชี้ขาดก็ยากที่อาเซียนจะมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าและทันต่อเหตุการณ์

วิถีอาเซียนและปัญหากฎบัตร ตอนที่ 2 : วิถีอาเซียน The Asean way


  • เป็นความสำเร็จของความร่วมมือระดับหนึ่งของอาเซียนในช่วง 30 ปีแรก 


  • วิถีอาเซียน คือ บรรทัดฐาน ที่ประเทศสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความร่วมมือที่มีแสดงถึงอัตลักษณ์ของชาติสมาชิกอาเซียน เพื่อดำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค

ลักษณะสำคัญ 6 ประการของ The asean way



1.  ไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Non-interference)
หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน คือ ลักษณะเด่นชัดที่สุดที่ปรากฏอยู่ในวิถีอาเซียน 
เราต้องเคารพความสำคัญของมิตรภาพและความร่วมมือ ยึดหลักหลักการแห่งอธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกัน ฉันทามติและเอกภาพใน ความหลากหลาย’ ชาติสมาชิกอาเซียนจะต้องเคารพอธิปไตยระหว่างกัน แม้ระบบการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจแตกต่างกัน ก็จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอาเซียนด้วยกันเอง

2. การผูกพัน “อย่างหลวมๆ”
อาเซียนแตกต่างจากสหภาพยุโรปมาก สหภาพยุโรปควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพกับสมาชิกและข้อตกลงร่วมมือต่างๆ ด้วยอำนาจกฎหมาย ส่วนอาเซียนร่วมมือกันด้วยกระบวนการสร้างความเข้าใจร่วมอย่างไม่เป็นทางการ ปราศจากข้อกฎบังคับทางกฎหมาย
            การรวมตัวแบบหลวมๆ มาจากการที่อาเซียนไม่ได้ต้องการเป็นองค์กรเหนือรัฐโดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงทางการเมือง และด้านการทหาร   
อาเซียนจะรวมตัวอย่างแน่นแฟ้นในกรณีที่มีผลประโยชน์ร่วมของทุกชาติสมาชิก


3. การแทรกแซงอีกรูปแบบหนึ่ง – แบบอาเซียน
วิถีอาเซียนจะไม่แทรกแซงกิจการภายในแต่บางครั้งอาจมีการแทรกแซงระหว่างกันด้วยวิธีการอย่างอื่น เช่น พยายามควบคุมทางการเมืองระหว่างประเทศ กดดันภายใน เจรจาต่อรอง การพูดคุยและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางทั้งทางตรงทางลับ
            การแทรกแซงของอาเซียนจะกระทำโดยพยายามไม่โดดเดี่ยวหรือทำให้ชาติสมาชิกอับอายขายหน้า เช่นเดียวกับที่ประเทศที่ถูกแทรกแซงจะไม่ทำให้อาเซียนขายหน้าต่อสาธารณะเช่นกัน


4. ชาติสมาชิกรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของตนสูงสุด
            เป็นธรรมดาที่ทุกประเทศต้องรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของตน และแม้ชาติสมาชิกพยายามประนีประนอม หาทางออกที่ลงตัวมากสุด พยายามรักษาบรรยากาศอันดีต่อกัน แต่บางครั้งความขัดแย้งแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอาเซียน 
กรณีตัวอย่าง เช่น การประชุม ASEAN Regional Forum (ARF) ในปี 2012 ฟิลิปปินส์เรียกร้องให้แถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมมีข้อความพูดเรื่องพฤติกรรมอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือหมู่เกาะปะการังสการ์โบโรห์ แต่ประเทศสมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วย เกิดความขัดแย้งในที่ประชุม กลายเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี นับแต่ก่อตั้งที่อาเซียนไม่สามารถออกแถลงการณ์เมื่อจบการประชุมได้


5. การตัดสินใจของชาติสมาชิกไม่ขึ้นกับหลักเกณฑ์ที่แน่นอน
กระบวนการเจรจาของอาเซียน “ปราศจากโครงสร้าง ไม่มีขั้นตอนนำสู่การตัดสินใจ เรื่องที่ต้องปฏิบัติตามผลการประชุม” และ “มักไม่มีวาระอย่างเป็นทางการ ประเด็นที่พูดคุยเจรจามักเป็นประเด็นที่อยู่ดีๆ ก็นำขึ้นมาพูดในที่ประชุม” ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมมีความยืดหยุ่นสูง   
อาเซียนมักใช้ “หลักการเจรจาระหว่างผู้มีอำนาจที่กระทำอย่างเป็นส่วนตัวและเงียบเชียบ ลบล้างรอยด่างที่ปรากฏสู่สาธารณะ หลักการไม่ระบุตำแหน่งสถานที่ (being non-Cartesian) และไม่ยึดหลักกฎหมายกฎเกณฑ์” หลักการเหล่านี้มุ่งต้องการผลลัพธ์สุดท้ายโดยไม่สนใจวิธีการ และจะพยายามไม่ระบุ เป้าหมายที่ชัดเจน บางครั้งอาจไม่ยึดกฎบัตรหรือหลักการใดๆ


 6. พยายามหาทางออกด้วยสันติวิธี ไม่เผชิญหน้า
วิถีอาเซียนจะประกอบด้วยหลักแสวงหาข้อตกลงร่วม หลักความสมานฉันท์ หลักอ่อนไหวต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย
ใช้ความสุภาพ ไม่เผชิญหน้าและแสวงหาความร่วมมือที่เป็นไปได้และมักจะเก็บกวาดเรื่อง (ไม่ดี) ต่างๆ เก็บไว้ใต้พรม 
ข้อตกลงต่างๆ ต้องผ่านฉันทามติ ชาติสมาชิกทุกประเทศแสดงตัวในทางดี ทำให้อาเซียนดูดี รับแขกได้ตลอดเวลา และไม่ทำอะไรที่จะกลายเป็นข่าว(ในแง่ร้าย)  อาเซียนจะเลือกใช้หลักสันติวิธีเป็นหนึ่งในหลัก สำคัญที่อาเซียนยึดถือมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง


สรุปวิถีอาเซียน


มีผลช่วยให้อาเซียนสามารถเติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนสามารถพยุงรักษาเอกภาพ ความสมานฉันท์ และความก้าวหน้าของการเป็นองค์การเพื่อความร่วมมือส่วนภูมิภาคได้ด้วยดี เป็นกรอบความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จในการดึงเอาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความขัดแย้งกัน เข้ามาร่วมก่อตั้งองค์การอาเซียนอย่างเป็นผลสำเร็จ

แต่อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ความอ่อนแอของวิถีอาเซียนก็ปรากฏออกมา  ซึ่งถือว่าเป็นข้อด้อยที่ทำให้อาเซียนถูกมองว่าเป็นองค์การที่ล้าหลังและไม่มีความสำคัญอีกต่อไป